Menu

CrossFit คือ กีฬาที่ผสมผสานรูปแบบของการออกกำลังกายต่างๆเข้าด้วยกัน เป็นการพัฒนาสมรรถภาพทางกายอย่างรอบด้าน ซึ่งแตกต่างจากการฝึกในฟิตเนสทั่วไป ซึ่งมุ่งเน้นไปที่ความสวยงามของร่างกายเป็นหลัก เรากำลัง “สมรรถภาพทางกีฬาโดยรวมในทุกด้าน เพราะความแข็งแรงนั้นเป็นมากกว่าการมีกล้ามโต หรือเปอร์เซ็นไขมันที่ต่ำ ว่ากันตามจริงแล้วสมรรถภาพทางกายถูกนิยามจากหลายองค์ประกอบด้วยกัน เราจึงมีรูปแบบการฝึกที่หลากหลายเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ดังนี้

1

  1. ด้านพละกำลัง
  2. ความแข็งแรงไม่ได้วัดกันที่ความใหญ่โตของกล้ามเนื้อ มันคือความสามารถในการใช้งานกล้ามเนื้อที่กระทำต่อแรงต้านต่างๆที่หนักหน่วง คุณอาจจะได้เห็นนักกีฬา CrossFit ตัวเล็กๆยกลูกน้ำหนักในท่าทางต่างๆได้มากกว่าที่คนตัวใหญ่ยกซะอีก

    2

  3. ด้านความทนทาน
  4. ไม่ใช่เพียงแค่การยกน้ำหนักมหาศาลขึ้นเพียงครั้งสองครั้ง ความสามารถในการใช้งานกล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่องโดยไม่เหนื่อยล้า ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่นักกีฬา CrossFit ทำได้ ให้ Squat แค่ร้อยครั้งเหรอ….สบาย

    3

  5. ด้านระบบหัวใจและหลอดเลือด
  6. น่าเสียดายที่คนทั่วไปทำคาร์ดิโอเพียงแค่เพื่อลดไขมัน โดยการฝึกความเข้มข้นต่ำๆเป็นเวลานานๆ นักกีฬา CrossFit ฝึกฝนเพื่อทลายข้อจำกัดในการทำงานของร่างกาย คุณจะแค่ลดไขมันไปทำไม ถ้าคุณสามารถลดไขมันไปพร้อมๆกับความแข็งแรงในเวลาที่สั้นกว่า

    4

  7. ด้านความยืดหยุ่นของร่างกาย
  8. มีมุขตลกเกี่ยวกับนักกล้ามตัวใหญ่ที่เกาหลังตัวเองไม่ถึงหรือแค่การถอดเสื้อเป็นเรื่องลำบาก คงไม่ตลกแน่ถ้าเกิดขึ้นกับคุณ ความยืดหยุ่นไม่ใช่การฉีกขา360องศา หรือเลียข้อศอกตัวเองได้ แต่คือการลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บจากกีฬา บ่อยครั้งที่มีข่าวนักกีฬาเอ็นฉีกและพักรักษาตัวเป็นเวลาหลายเดือน การฝึกที่ดีคือคุณสามารถพัฒนาได้ในเวลาอันรวดเร็ว แต่การฝึกที่ดีกว่าคือการที่คุณสามารถฝึกไปได้อย่างต่อเนื่องเป็นสิบๆปี

    นอกจากนี้ ความยืดหยุ่นยังส่งเสริมการฝึกความแข็งแรงด้วย เป็นที่ทราบกันดีว่าการฝึกที่มีประสิทธิภาพคือการฝึกแบบเต็มระยะการเคลื่อนไหว ถ้าคุณกล้ามเนื้อตึงจนไม่สามารถทำท่าอย่าง Squat หรือ Deadlift ได้เต็มระยะแล้ว คุณก็คงไม่สามารถคาดหวังได้ว่าจะสร้างความแข็งแรงได้มากเท่าคนที่ร่างกายยืดหยุ่น
    ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไม นักกีฬา CrossFit จึงให้เวลามากมายในการยืดเหยียดร่างกายมากกว่าการ Bicep curl สร้างการกล้ามแขนโตๆ

    5

  9. ด้านความเร็ว
  10. เราทราบกันดีว่า นักวิ่งที่วิ่งเร็วเก่งกว่าคนที่วิ่งช้ากว่า แต่ทำไมบางคนยังเชื่อว่าการ Benchpress ด้วยน้ำหนัก100กิโลอย่างช้าๆจะทำให้คุณแข็งแรงกว่าการฝึกด้วยจังหวะเร็วๆล่ะ มันคงเจ๋งมากที่หมัดของคุณสามารถต่อยได้แรงมากๆ แต่คุณต่อยช้าก็คงไม่มีใครโดนหมัดคุณ ความแรงนั้นจึงมาคู่กับความเร็วเสมอ นักกีฬา CrossFit จึงเลือกทำท่าฝึกที่มีการออกแรงแบบระเบิดพลัง ฝึกด้วยจังหวะการยกอย่างฉับพลัน

    6

  11. ด้านความคล่องตัว
  12. ไม่มีใครเถียงว่านักวิ่งระยะสั้นนั้นวิ่งในทางตรงได้เร็วที่สุดในบรรดานักกีฬาทั้งหมด แต่ชีวิตไม่ได้เป็นเส้นตรงอย่างเดียว นักฟุตบอลคงไม่คาดหวังว่าจะเลี้ยงลูกบอลตรงๆไปทำประตูฝั่งตรงข้ามโดยปราศจากอุปสรรค ดังนั้นนอกจากความรวดเร็วแล้ว ความคล่องตัวก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ

    7

  13. ด้านการทรงตัว
  14. เป็นเรื่องที่ดีที่คุณสามารถsquatได้เป็นร้อยกิโล แต่นักกีฬา CrossFit ทำได้มากกว่านั้น พวกเขาฝึก squat ด้วยขาเพียงข้างเดียว เพราะบาลานซ์กล้ามเนื้อนั้นสำคัญ คุณอาจะเป็นเลิศในด้านใดด้านหนึ่ง แต่นักกีฬา CrossFit เชื่อว่าเราสามารถเป็นที่1ได้ในทุกๆด้าน และเพียงหากวันหยุดสุดสัปดาห์นี้เพื่อนๆชวนไป ปีนเขา ล่องแพ หรือสารพัดความท้าทายใดๆ นักกีฬา CrossFit ย่อมไม่พลาดเรื่องสนุกเหล่านั้นเพียงเพราะข้อจำกัดทางร่างกายเป็นแน่

    8

  15. ด้านการประสานงาน
  16. ในการเคลื่อนไหวร่างกายนั้นอาศัยการทำงานของกล้ามเนื้อหลายๆส่วนเข้าด้วยกัน ทำไมคุณถึงเชื่อว่าการSit-upอย่างบ้าคลั่งตามตารางในอินเตอร์เน็ตจะช่วยให้คุณเป็นซุปเปอร์แมนได้ล่ะ หลายคนเสียเวลามากมายในยิมไปกับการฝึกม้วนข้อ Bicep curl เท่าที่ทราบมีไม่กี่คนสามารถยกได้ถึงร้อยกิโล และพวกเขาทำคือเพื่องัดข้อให้ชนะ ในทางกลับกันคนมากมายสามารถฝึกกล้ามเนื้อหลายๆมัดพร้อมกัน เช่น Squat Deadlift Snatch Clean และPressต่างๆ ซึ่งสามารถพัฒนาจนยกได้หนักในเวลาที่เร็วกว่าการฝึกแยกส่วน หรือไม่ว่าจะเป็นการฝึกท่าสุดเท่ เช่น Muscle-ups Handstand ก็ล้วนแล้วแต่เป็นการใช้กล้ามเนื้อหลายมัดทั้งสิ้น นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม เราจึงบรรจุการฝึก Olympic lifting Power lifting และ Callisthenic ลงไปในตารางฝึกของcrossfit เพราะว่ามันได้ผลที่กว่ายังไงล่ะ

    9

  17. ความเร็วในการสั่งการ
  18. กีฬาไม่ได้พูดถึงแค่เพียงแค่กล้ามเนื้อ สมองของคุณก็แข็งแรงขึ้นจากการฝึกเช่นกัน การตอบสนองของระบบประสาทคือกุญแจสู่ความเป็นเลิศทางการกีฬา นักเทนนิสที่เก่งที่สุดในโลก ไม่ใช่คนที่วิ่งเร็วที่สุดในโลก หรือมีพลังขนาดตีลูกเหล็กระเบิดเป็นชิ้นๆ พวกเขาสามารถสั่งร่างกายให้เคลื่อนไหวได้ตามต้องการอย่างรวดเร็วต่างหาก

    นักกีฬา CrossFit จึงเลือกที่จะฝึก Double under หรือการกระโดดเชือกโดยแกว่งแขนถึงสองครั้ง หรือการกระโดดไปบนกล่องความสูงต่างๆ ทั้งนี้นอกจากความแข็งแรงทนทานแล้ว พวกเรายังคาดหวังให้ระบบประสาทสามารถจัดระเบียบร่างกายได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย

    10

  19. ด้านความสวยงาม
  20. ถึงเราจะพูดว่ากีฬา CrossFit ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ขนาดของกล้ามเนื้อ แต่การฝึกความแข็งแรง และสมรรถภาพทางกีฬาอย่างรอบด้านนั้น มันหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่ร่างกายเราจะสมส่วนขึ้น เราไม่ได้กำลังพูดถึงกล้ามแขน20นิ้ว การฝึกกล้ามอก8วันต่อสัปดาห์ หรือท่าเล่นกล้ามท้อง48ท่าใน5นาที แต่เรามีร่างกายที่สวยงามในแบบนักกีฬา ลองค้นหาภาพนักกีฬา CrossFit ในอินเทอร์เน็ตสิ พวกเขาช่างสง่างาม

    11

  21. ประหยัดเวลา
  22. อย่างที่กล่าวถึงว่าเราฝึกกล้ามเนื้อหลายๆส่วนไปพร้อมกัน อีกทั้งการฝึกยังผ่านการวางแผนให้มีความเข้มข้นที่เหมาะสม ดังนั้นในห้วงการฝึกที่ไม่นาน คุณจะได้ทั้ง การเผาผลาญพลังงาน พละกำลัง ความทนทาน และศักยภาพในด้านต่างๆพร้อมกัน

    12

  23. ไม่ใช่แค่เพียงการออกกำลังกาย
  24. CrossFitคือวัฒนธรรม การเข้ายิมไม่ใช่แค่คุณแค่มายกเหล็กฟังเพลงร็อค เดินบนสายพานคนเดียวครึ่งชั่วโมง หรือการคาดหวังว่าเมื่อไหร่ป้าคนนั้นจะเลิกเล่นมือถือขณะพักเซ็ทบนเครื่องออกกำลังกายซะที เพื่อเจอพ่อหนุ่มกล้ามโตที่มองเขม่นมายังแขนลีบๆหรือพุงพลุ้ยๆของคุณ

    การฝึก CrossFit คือการสร้างความท้าทายใหม่ๆร่วมกับเพื่อนๆในยิม คุณแข่งกับตัวเองในเมื่อวาน คุณแข่งกับเพื่อนที่เข้าคลาสวันนี้ แต่ในขณะเดียวกันไม่ใช่เพื่อแพ้หรือชนะ แต่เป็นการพัฒนาไปพร้อมๆกัน ลองมาฟังเสียงเชียร์จากเพื่อนๆเมื่อคุณพยายามฝึกให้เสร็จก่อนหมดเวลาสิ มันช่างทรงพลัง ที สิ่งที่ดีคือการอยากทำในทุกๆวัน เพื่อเป็นคุณคนที่ดีขึ้น เพื่อเจอเพื่อนที่ให้กำลังใจกัน ไม่ใช่บังคับตัวเองไปทรมาณยกให้จบๆ หรือไปยิมเพียงเพราะเสียดายที่จ่ายล่วงหน้าไปแล้ว

    13

  25. ทักษะในชีวิตประจำวัน
  26. ยิมทั่วไปฝึกโดยการใช้เครื่องออกกำลัง คุณเข้าไปนั่งบนเครื่อง ขยับตามที่เค้าตั้งค่าให้ขยับ แล้วคุณจะมีกล้ามเนื้อ หรือคุณยกบาร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการจับถือได้ง่าย มันไม่ผิดหรอกที่จะฝึกแบบนั้น นักกีฬา CrossFit ก็ฝึก แต่ที่เราตระหนักคือ function การยกของที่ยกถือได้ยาก เราฝึกยกลูกบอล ทุ่มลูกบอล น้ำหนักแบบต่างๆ ลากเลื่อน และปีนเชือก เราเคลื่อนไหวในท่าทางที่ใช้งานได้จริง คุณอาจยกใน Deadliftได้หลายร้อยกิโล แต่อาจบาดเจ็บกล้ามเนื้อหลัง จากการย้ายกระถางต้นไม้ให้คุณย่า คุณยกบาร์ที่หนักกว่ามากได้เหนือหัวอย่างสบายๆ แต่จะพบว่ามันยากที่จะพยายามยกกล่องที่เบากว่านั้น

    14

  27. มืออาชีพ
  28. ไม่ได้จะโจมตี แต่เราก็ต่างรู้ดีว่าปัจจุบันมีคนมากมายตั้งตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญ ในโลกที่ทุกคนเข้าถึงอินเทอร์เน็ต แต่เรายังพบคำแนะนำสุดมหัศจรรย์ เช่น ทำท่า Sit-up เพื่อลดหน้าท้อง หรือการฝึกท่าSquatเข่าห้ามเลยปลายเท้า เรามีโค้ชฟิตเนสที่เก่ง และคนที่สถาปนาตัวเองเป็นโค้ชเพื่อขายของ สำหรับมือใหม่ที่ไม่ทราบมาตรฐาน คุณจะทราบได้ยังไงว่าคนไหนคือของจริง ใครๆก็สามารถสร้างตารางฝึกที่รวมทุกอย่างในวงการกีฬา พร้อมกับสุดยอดความเข้มข้นในการฝึก แต่ไม่ได้แปลว่ามันจะเป็นสุดยอดตารางฝึกได้

    CrossFitพัฒนาตารางฝึกให้มีความพอดี เราเลือกท่าฝึกที่มีประโยชน์หลากหลาย และความเข้มข้นที่เหมาะสม ตารางดังกล่าวถูกประกาศให้ใช้ทั่วโลก ไม่ว่าคุณอยู่ทวีปไหน ประเทศไหน หรือยิมไหน หากคุณฝึกCrossFit คุณกำลังฝึกในรูปแบบที่เป็นสากล

    15

  29. การบาดเจ็บ
  30. เป็นที่วิพากวิจารณ์ว่ากีฬา CrossFit เสี่ยงต่อการบาดเจ็บ แต่ถ้าจะว่ากันตามจริงกีฬาทุกชนิดก็มีคนบาดเจ็บทั้งสิ้น แม้คุณเดินเฉยๆบนถนนแล้วข้อเท้าพลิก หรือนอนดูทีวีแล้วป๊อปคอร์นติดคอ การออกกำลังกายคือความเสี่ยง แต่การไม่ออกกำลังกายยิ่งเป็นความเสี่ยงที่มากกว่า อย่างไรก็ตาม การประเมินความสามารถตนเอง การฝึกที่เหมาะสม และการเตรียมร่างกายให้พร้อมทั้งความยืดหยุ่น และระบบการหมุนเวียน จะช่วยลดโอกาสในการบาดเจ็บลงได้ บ่อยครั้งเราพบว่าในวงการฟิตเนสทั่วไป ผู้คนพูดถึงการสร้างกล้าม หรือการลดไขมันเท่านั้น น้อยครั้งที่จะมีใครพูดถึงการยืดกล้ามเนื้อ หรือเคยได้ยินคำว่า Mobility ในทางกลับกัน CrossFit ให้ความสำคัญต่อสิ่งเหล่านี้เป็นอันดับแรก

    CrossFitขยายความสามารถของคุณในหลายๆด้าน หากคุณฝึกCrossFitมาก่อน นั่นแปลว่าคุณมีพื้นฐานทางกีฬาด้านอื่นด้วย ซึ่งแปลว่า คุณสามารถพัฒนาความสามารถไม่ว่าคุณเล่นกีฬาอะไร จากการฝึกCrossFit เราพบว่าลูกค้าหลายคนที่ฝึก CrossFit ไปชนะในรายการแข่งขันต่างๆ เพราะการมีร่างกายที่ผ่านการเตรียมพร้อม ย่อมเสี่ยงต่อการบาดเจ็บน้อยกว่าเป็นแน่

    16

  31. ความสนุกและท้าทาย
  32. เราต่างรู้กันดีว่าท่าฝึกพื้นฐานเช่น Squat Deadlift รวมถึง Press ต่างๆมันได้ผล หรือแม้กระทั่งการใช้เครื่องออกกำลังกายต่างๆมันก็ช่วยพัฒนาร่างกายคุณเช่นกัน เพียงแต่รูปแบบกว่าฝึกดังกล่าวอาจจะไม่เหมาะกับคนขี้เบื่อ ไม่ใช่ทุกคนจะสามารถทำสิ่งเดิมซ้ำๆได้เพียงเพราะคาดหวังถึงผลลัพธ์ที่ดี เพราะฉะนั้นการฝึกที่ดี นอกจากจะได้ผลอย่างรวดเร็วแล้ว มันต้องสนุกด้วย เราอาจจะเคยเห็นคนที่บังคับตัวเองกินแต่ผักสลัด หรือขยับท่าทางต่างๆตามที่เทรนเนอร์บอก บางครั้งมันเหนื่อยและน่าเบื่อ บ่อยครั้งเราจึงพยายามหาข้ออ้างในการไม่ไปยิม หรือโกงมื้ออาหารด้วยการหลอกตัวเองว่าแค่มื้อเดียว

    ทำไมในทางกลับกัน เราเห็นเด็กๆมากมายเฝ้ารอใจจดจ่อกับการพักกลางวัน หรือช่วงเวลาเลิกเรียนเพื่อรวมกลุ่มกันเตะฟุตบอล มันเหนื่อยเหมือนๆกัน เพียงแต่ว่ามันสนุก และเด็กๆเหล่านั้นก็สามารถพัฒนากล้ามเนื้อควบคู่ไปกับความแข็งแรงในด้านอื่นๆพร้อมกัน เราเชื่อว่าการออกกำลังกายที่ดีคือการทำให้มันเป็นไลฟ์สไตล์ ความรู้สึกที่คุณคิดถึงยิมควรเป็นสถานที่ที่คุณมาสนุกสนานกับเพื่อนๆ ไม่ใช่การบ่นว่าคุณเกลียดลูกเหล็กเหลือเกิน มันช่างยากลำบาก ทีละเล็กละน้อย แต่บนเส้นทางที่ยาวนาน คุณจะค้นพบว่าคุณแข็งแรงขึ้นในทุกวัน เพราะเป้าหมายคุณคือปัจจุบัน ไม่ใช่การฝันถึงรูปร่างที่ดีขึ้น คุณจึงไม่ต้องกังวลหรือรู้สึกผิด หากเพื่อนๆของคุณชวนไปกินหมูกระทะ CrossFit ทำให้เรารู้ได้ว่าความแข็งแรงนั้นมาพร้อมกับสุข ไม่ช่การทนฝืนใจทำ สิ่งที่เราเรียนรู้คือการสู้กับตนเอง ความท้าทายวันนี้คือคุณสามารถดีกว่าตนเองเมื่อวาน ไม่ใช่การเฝ้ารอตัวเลขบนตาชั่ง

จบแล้วสำหรับ16ประโยชน์ดีๆที่ได้จากการฝึกCrossFit หวังว่าผู้อ่านคงจะได้ทราบคุณประโยชน์จากบทความนี้ไม่น้อยเลยครับ สำหรับใครที่เห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ก็ช่วยกันกดlike กดshare กันเยอะๆนะครับ จะเป็นกำลังใจให้คนเขียนอย่างมากเลยทีเดียว ถ้าชอบยังไงฝากติดตามเรื่องราวสาระดีๆต่อๆไปในเพจด้วยนะครับ